กำหนดฉาย : 11 สิงหาคม 2554
แนว : อิงประวัติศาสตร์
กำกับ : หม่อมเจ้า ชาตรีเฉลิม ยุคล
อำนวยการสร้าง : หม่อมกมลา ยุคล ณ อยุธยา คุณากร เศรษฐี
นักแสดงนำ
สมเด็จพระนเรศวรมหาราช - พ.ท. วันชนะ สวัสดี
สมเด็จพระเอกาทศรถ - พ.ท. วินธัย สุวารี
ออกพระราชมนู - นพชัย ชัยนาม
ออกพระชัยบุรี - ปราบต์ปฎล สุวรรณบาง
ออกพระศรีถมอรัตน์ - พ.ท. คมกฤช อินทรสุวรรณ
พระมหาเถรคันฉ่อง - สรพงษ์ ชาตรี
สมเด็จพระมหาธรรมราชา - ฉัตรชัย เปล่งพานิช
พระเจ้านันทบุเรง - จักรกฤษณ์ อำมะรัตน์
พระมหาอุปราชา - นภัสกร มิตรเอม
มังจาปะโร - ชลัฏ ณ สงขลา
ลักไวทำมู - สมชาติ ประชาไทย
มณีจันทร์ - ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ
เลอขิ่น - อินทิรา เจริญปุระ
พระสุพรรณกัลยา - เกรซ มหาดำรงค์กุล
นักแสดงกลุ่มใหม่ในภาค 3 และภาค 4
รัตนาวดี - อคัมย์สิริ สุวรรณศุข
อังกาบ - ศิรพันธ์ วัฒนจินดา
เจ้าจอมมารดาสาย - วิชุดา มงคลเขตต์
มูเตอ - เกศริน เอกธวัชกุล
ท้าวโสภา - พิมพรรณ ชลายนคุปต์
เสือหาญฟ้า - ดอม เหตระกูล
เสือหยก - พันธกฤต เทียมเศวต
นันทกะยอสู - เขมชาติ โรจนะหัสดิน
ไชยกะยอสู - พ.ต.ต. จตุรวิทย์ คชน่วม
พระศรีสุพรรณธรรมาธิราช - ดิลก ทองวัฒนา
พระยาพะเยา - เฉลิมชัย มหากิจศิริ
พระยาพะสิม - ครรชิต ขวัญประชา
นรธาเมงสอ - ชลิต เฟื่องอารมย์
พญาละแวก - เศรษฐา ศิระฉายา
พระยาจีนจันตุ - ชูชาติ ทรัพย์สุทธิพร
สีหตู - วรุฒ วรธรรม
ขุนรามเดชะ - ฐากูร การทิพย์
ไอ้ขาม - ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ
ล่ามจีน - รอง เค้ามูลคดี
ครูบาเฒ่า - ถนอม นวลอนันต์
จ่าศรีพรม - จันทนา สิริผล
พลับพลึง - ไอรินทร์ สุรังค์สุริยกุล
ชาวบ้าน - ค่อม ชวนชื่น
ชาวบ้าน - จเร เชิญยิ้ม
ชาวบ้าน - แป๋ว ทรงแสง
เรื่องย่อ ตำนานสมเด็จพระนเรศวร ภาค 4 ศึกนันทบุเรง
ภาพยนตร์ ตำนานสมเด็จพระนเรศวร ในทุกบทตอนที่ผ่านมาตราบถึงตอนที่ 4 "ศึกนันทบุเรง" ล้วนมุ่งฟื้นอดีตอันเป็นวีรกรรมของ
วีรกษัตริย์แห่งราชอาณาจักรอยุธยา ซึ่งได้ทรงประกอบพระราชภารกิจอันเป็นคุณูประการต่อแผ่นดินเป็นสำคัญ นั่นคือการประกาศ
เอกราชและการรักษาเอกราช
หลักฐานในพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาและพงศาวดารพม่าระบุตรงกันว่า ภายหลังการประกาศเอกราชในปี พ.ศ. 2127 แล้วนั้น พระเจ้า
หงสาวดีนันทบุเรงได้โปรดให้กรีฑาทัพมาตีกรุงศรีอยุธยาคืนเป็นเมืองขึ้นถึง 4 ครั้งคราว คือ ในคราวศึกพระยาพะสิมและพระเจ้าเชียง
ใหม่เมงนรธาสอ ในปี พ.ศ. 2127/28 ศึกนันทบุเรงปี พ.ศ.2129 ศึกมหาอุปราชาในปี พ.ศ.2133 และศึกยุทธหัตถีในปี พ.ศ. 2135 ใน
ศึกทั้ง 4 ครั้ง
ตามกล่าว ศึกที่นำพาให้ราชอาณาจักรอยุธยาต้องเผชิญกับวิกฤติการณ์อันสุ่มเสี่ยงต่อการสิ้นสูญแผ่นดินคือศึกนันทบุเรง กระนั้นก็ดี
เมื่อออกนามศึกนันทบุเรง จะมีคนไทยน้อยคนที่เคยได้ยินหรือระลึกได้ แต่หากระบุถึงวีรกรรมของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชไม่ว่าจะ
เมื่อครั้งออกปล้นค่ายพม่า จนเป็นที่มาของเรื่องพระแสงดาบคาบค่าย หรือการออกรบบนหลังอาชาจนสังหารลักไวทำมูทหารเอกข้าง
หงสาวดี
ทั้งหมดเป็นวีรกรรมที่ล้วนอุบัติในคราวศึกนันทบุเรงทั้งสิ้น ด้วยเหตุประการฉะนี้ หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคลจึงมุ่งพลิกฟื้นวีรกรรมแห่งการปกป้องเอกราชของวีรกษัตริย์ผู้เรืองนามพระองค์นี้ในคราวศึกนันทบุเรงให้ปรากฏบนแผ่นฟิล์ม เพื่อจารึกเกียรติประวัติครั้งนั้นไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทย และเพื่อความสมบูรณ์ของมหากาพย์การสร้างตำนานสมเด็จพระนเรศวร
ภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวรตอน "ศึกนันทบุเรง" ดำเนินเรื่องตามข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์โดยนำแสดงที่มาแห่งศึกซึ่ง
ยึดโยงจากผลการปราชัยของหงสาวดีในคราวศึกพระยาพะสิมและพระเจ้าเชียงใหม่ ความพ่ายแพ้ครั้งนั้น ทำให้พระเจ้านันทบุเรงทรง
ตระหนักในพระปรีชาสามารถของสมเด็จพระนเรศวรและในความเข้มแข็งของกองทัพอยุธยา จึงทรงตัดสินพระทัยยกทัพใหญ่เป็นทัพ
กษัตริย์มาย่ำยีราชธานีสยาม ให้ราบเป็นหน้ากลองเพื่อเป็นการแก้มือและเพื่อรักษาซึ่งพระเกียรติยศมิให้เป็นที่ดูแคลนแก่เหล่าเจ้า
ประเทศราชในขอบขัณฑสีมาพุกามประเทศ ภาพยนตร์ได้ตีแผ่ให้เห็นว่าศึกนันทบุเรงครั้งนั้นพม่ายกเข้ามาเป็นทัพกษัตริย์ กองทัพ
จึงมีความสมบูรณ์ยิ่งใหญ่น่าเกรงขามกว่าทุกศึก หลักฐานข้างพม่าระบุว่ากองทัพพระเจ้านันทบุเรงประกอบด้วยช้าง 3,200 ทัพม้า
12,000 และไพร่ราบซึ่งมีจำนวนถึง 252,000 ในกองทัพนี้ยังมีนายทัพผู้ปรีชาสามารถตามติดมาร่วมรบ ไม่ว่าจะเป็นพระมหาอุปราชา
มังจาปะโร หรือแม้แต่ลักไวทำมูทหารกล้า
ภาพยนตร์ยังได้ตีแผ่ให้เห็นว่า กิตติศัพท์ความยิ่งใหญ่ที่น่าเกรงขามของทัพหงสาวดีที่ยกเข้ามาครั้งนั้นส่งผลให้เจ้าเมืองกรมการเมืองในขอบขัณฑสีมาของราชอาณาจักรอยุธยาข้างฝ่ายเหนือประหวั่นพรั่นพรึงถึงกับสมคบคิดกันแปรพักตร์เข้าสมานสมัครพระเจ้านันทบุเรงรบสมเด็จพระนเรศวร เป็นเหตุให้สมเด็จพระนเรศวรต้องเผชิญทั้งศึกนอกและศึกใน สถานการณ์กลับยิ่งบีบคั้นให้คับขันยิ่งขึ้นเมื่อพระศรีสุธรรมราชา พระอนุชาเจ้ากรุงละแวกซึ่งขัดพระทัยสมเด็จพระนเรศวรแต่กาลก่อน ได้ยุยงให้พระเชษฐาตัดสัมพันธไมตรีกับอยุธยาจนเป็นเหตุให้ละแวกกลายมาเป็นหอกข้างแคร่ ที่พร้อมจะกระหน่ำซ้ำเติมกรุงสยามให้ย่อยยับหากมีอันพลาดท่าเสียทีในศึกนันทบุเรง
ภาพยนตร์ได้ลำดับให้เห็นถึงภัยรอบด้านที่บีบรัดให้สมเด็จพระนเรศวรทรงต้องเผชิญศึกอย่างโดดเดี่ยว แต่เคราะห์กลับทับทวีคูณเมื่อ
สหายศึก เช่น เลอขิ่น และกำลังเมืองคัง ซึ่งร่วมกรำศึกกันมาแต่เบื้องต้นคิดถอนตัวตีจากเนื่องจากพิษรักระหว่างรบ ที่จบลงด้วยความ
ร้าวฉานระหว่างเลอขิ่นกับพระราชมนูขุนศึกคู่พระทัย ความขัดแย้ง ด้วยเหตุส่วนตัวได้บานปลายกลายเป็นภัยของแผ่นดินในคราว
คับขันเมื่ออยุธยา ต้องเผชิญศึก ซึ่งประมาณได้ว่าเป็นมหาสงครามภายใต้โทสจริตของพระเจ้านันทบุเรง
ด้วยข้อจำกัดที่รุมเร้าหลายประการ ผสานกับจำนวนไพร่พลที่เป็นรองหงสาวดี อยู่หลายขุม ทำให้สมเด็จพระนเรศวรทรงจำต้องปรับ
ยุทธศาสตร์การตั้งรับทัพหงสาวดีเสียใหม่ โดยทรงใช้พระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีทำเลที่ตั้งที่ได้เปรียบเป็นฐานบัญชาการรบแต่เพียงแห่ง
เดียว โดยทรงส่งกำลังออกไปปักปราการ วางแนวป้องกันมิให้พม่าเข้ามาปลูกค่ายใกล้ขอบคูพระนครและกำแพงเมือง ทั้งยังแต่งกำลังเป็นกองโจรเข้าปล้นค่ายข้าศึกอย่างอาจหาญ หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ได้ทรงถ่ายทอดยุทธนาการครั้งสำคัญนั้นลงบนแผ่นฟิล์ม
ได้อย่างเต็มตาตื่นใจโดยเฉพาะตอนที่สมเด็จพระนเรศวรทรงคาบ พระแสงดาบขึ้นปีนปล้นค่ายพม่า ภาพห่าธนูเพลิงที่สาดซัดและ
กองทัพนับพันนับหมื่น ปีนพะองขึ้นชิงค่าย ทั้งหมด คือ ความอลังการที่ผู้ชมจะได้สัมผัสในตำนานสมเด็จพระนเรศวรตอนศึกนัน
ทบุเรงนี้
เมื่อศึกเหนือเสือใต้รุมกระหน่ำ ขุนนางผู้ใหญ่ขาดสามัคคีคิดคดคำนึงแต่ประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง จอมทัพผู้รั้งราชบัลลังก์และ
ความอยู่รอดของแผ่นดินก็มาพลาดท่าต้องศาสตรากลางสมรภูมิศึก ยอดทหารเอกกรุงศรีถูกขุนศึกผู้ชาญณรงค์กว่าจับเป็นเชลย
ชะตากรรมกรุงศรีอยุธยา และสมเด็จพระนเรศวรจะลงเอยฉันใด เชิญท่านร่วมเป็นประจักษ์พยานในภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระ
นเรศวรภาค 4 ศึกนันทบุเรง
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
